รีวิว Carrier NEW GEN NEW2025 แอร์อินเวอร์เตอร์ เย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ตอบโจทย์คนรักบ้าน
จำได้ว่าเมื่อก่อนนะ พอถึงหน้าร้อนทีไรเป็นอันต้องปาดเหงื่อทุกที แอร์เก่าที่บ้านก็เริ่มจะงอแง แถมบิลค่าไฟแต่ละเดือนนี่ทำเอาผมแทบหงายหลัง พอลองมานั่งคิดดูดีๆ แล้วบางทีมันอาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนแอร์ใหม่ได้แล้วล่ะครับ ผมก็เลยเริ่มหาข้อมูลว่าแอร์อินเวอร์เตอร์ยุคใหม่มันไปถึงไหนแล้ว แล้วก็มาเจอเข้ากับเจ้า Carrier แอร์ติดผนังระบบอินเวอร์เตอร์รุ่น NEW GEN NEW2025 นี่แหละ
ทำไมผมถึงตัดสินใจกับเจ้า Carrier NEW GEN NEW2025
คือเรื่องของเรื่องคือผมอยากได้แอร์ที่มันเย็นฉ่ำจริง แต่ก็ต้องไม่ทำร้ายกระเป๋าตังค์มากนัก ที่บ้านผมห้องรับแขกค่อนข้างกว้าง เลยมองหาตัวที่ BTU สูงหน่อย พอมาดูสเปกของรุ่นนี้ที่เขามีให้เลือกตั้งแต่ 9200 ยัน 25200 BTU ก็รู้สึกว่าครอบคลุมความต้องการเลย ที่สำคัญคือเป็นระบบอินเวอร์เตอร์แบบจัดเต็ม เขามีเทคโนโลยี X-Ionizer ที่ช่วยเรื่องฟอกอากาศด้วยนะ พวกฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อะไรพวกนี้มันก็จัดการได้ ผมเป็นภูมิแพ้เลยค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
แต่ที่ทำให้ผมตัดสินใจเด็ดขาดเลยคือเรื่อง Energy Savingครับ คือแอร์เก่าผมมันกินไฟหนักมาก พอมาเจอตัวนี้ที่เขาบอกว่าช่วยประหยัดไฟได้เยอะกว่าแอร์ธรรมดาถึง 30% ก็เลยลองดู ตอนนั้นก็เทียบกับแบรนด์อื่นอยู่หลายยี่ห้อเลยนะ แต่ Carrier เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องความทนทานมานานแล้ว แถมรุ่นใหม่นี้เขาก็เคลมเรื่องการดูแลรักษาเครื่องด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
ใช้งานจริงแล้วมันเป็นยังไงบ้าง?
บอกเลยว่าเกินคาดครับ! ตั้งแต่ช่างมาติดตั้งเสร็จแล้วเปิดใช้งานครั้งแรก สิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้คือ ความเย็นที่มาไวมาก ไม่ต้องรอนานเลย แป๊บเดียวทั่วห้องก็ฉ่ำกำลังดี พอใช้ไปเรื่อยๆ ผมสังเกตเลยว่ามันรักษาอุณหภูมิได้คงที่จริงๆ ไม่ใช่แบบเย็นแล้วร้อนสลับกันไปมาเหมือนแอร์เก่า ยิ่งตอนนอนนี่สบายสุดๆ เพราะมันทำงาน เงียบมาก แทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย ทำให้หลับได้สนิทตลอดคืน
ส่วนฟังก์ชัน X-Ionizer ที่ว่ามานั้น พอลองใช้ดูแล้วก็รู้สึกว่าคุณภาพอากาศในห้องดีขึ้นจริงนะ คือผมตื่นเช้ามาไม่ค่อยจาม หรือคันจมูกเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ ส่วนเรื่องการประหยัดไฟ อันนี้แหละที่ผมชอบที่สุด คือพอบิลค่าไฟมาแล้วเห็นตัวเลขลดลงอย่างชัดเจนนี่มันชื่นใจจริงๆครับ! ไม่ได้ลดฮวบฮาบจนน่าตกใจอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันลดลงในระดับที่ผมรู้สึกได้ว่า "เออ... ที่จ่ายแพงขึ้นตอนแรกมันคุ้มว่ะ"
และอีกอย่างที่ผมว่ามันเวิร์คคือ ระบบทำความสะอาดตัวเอง (Self Cleaning)ครับ แค่กดปุ่ม แอร์ก็จัดการไล่ความชื้นที่สะสมอยู่ในคอยล์เย็นให้เองอัตโนมัติ ช่วยลดการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับได้ดีเลย ทำให้ไม่ต้องเรียกช่างมาล้างบ่อยๆ ซึ่งก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนั้นไปได้อีกหน่อย
จุดที่ต้องพิจารณาและเรื่องที่ผมอยากบอกต่อ
แน่นอนว่าของทุกอย่างมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะสำหรับเจ้า Carrier NEW GEN NEW2025 ตัวนี้ จุดแรกที่ผมอยากพูดถึงคือเรื่อง ราคาเริ่มต้นอาจจะสูงไปนิด อันนี้เป็นเรื่องจริงครับ แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะจากแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Carrier ราคาเริ่มต้นมันก็จะสูงกว่าแอร์ระบบธรรมดาพอสมควรเลยแหละ ถ้าใครมีงบประมาณจำกัดมากๆ อาจจะต้องคิดหนักหน่อย แต่สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ากับค่าไฟที่ประหยัดได้ และสุขภาพที่ดีขึ้นจากการได้อากาศสะอาดในบ้าน
อีกเรื่องคือ ดีไซน์ตัวเครื่อง พูดถึงหน้าตาเครื่องแล้วต้องบอกว่ามันมาในแบบเรียบๆ มินิมอล สีขาวสะอาดตา ซึ่งมันก็เข้ากับห้องส่วนใหญ่ได้สบายๆ นะ แต่ถ้าใครที่ชอบแอร์ดีไซน์หวือหวา มีลูกเล่นเยอะๆ อันนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์มากนัก
เหมาะกับใครบ้าง
ผมว่าเจ้า Carrier NEW GEN NEW2025 เนี่ย เหมาะมากๆ กับคนทำงานอย่างผม หรือครอบครัวที่ใช้แอร์บ่อยๆ โดยเฉพาะคนที่เน้นเรื่องการประหยัดไฟระยะยาวและอยากได้คุณภาพอากาศที่ดีในบ้าน ยิ่งถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็ก หรือคนที่เป็นภูมิแพ้นี่ ผมแนะนำเลยครับ คุณสมบัติ X-Ionizer กับ Self Cleaning มันช่วยได้เยอะจริงๆ แต่ถ้าใครที่เปิดแอร์แค่ปีละไม่กี่ครั้ง หรือมีงบประมาณที่จำกัดสุดๆ อาจจะลองมองรุ่นอื่นที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากกว่านี้ก็ได้นะ
สุดท้ายแล้ว ผมมองว่าการลงทุนกับแอร์ดีๆ สักตัวมันก็เหมือนการลงทุนเพื่อความสุขสบายในบ้านของเราเองแหละครับ สำหรับ Carrier NEW GEN NEW2025 ตัวนี้ ผมบอกได้เลยว่ามันตอบโจทย์ผมได้ครบทุกด้านจริงๆครับ










