รีวิว Philips AirFryer 3000 Series NA351/00 หม้อทอดอากาศสองช่อง ตัวช่วยพ่อบ้านยุคใหม่
ชีวิตพ่อบ้านยุคใหม่: หม้อทอดสองช่องคือทางออกจริงๆ เหรอ?
หลายครั้งที่ผมต้องเข้าครัวตอนเย็นๆ หลังเลิกงานนะ เวลาจะทำอาหารแต่ละทีมันก็มีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด ไหนจะกับข้าวของลูก ไหนจะของตัวเอง พอลองนึกดูทีไรก็อยากให้มีอะไรมาช่วยเบาแรงลงบ้าง ยิ่งช่วงที่ต้องเร่งรีบนะ บางทีก็อยากทอดปลา แต่ก็อยากอบผักให้ลูกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งไอ้หม้อทอดอากาศแบบช่องเดียวที่เราใช้กันมาแต่ก่อนน่ะ มันไม่ตอบโจทย์เลยจริงๆ ต้องทำทีละอย่าง เสียเวลาเป็นเท่าตัว จนกระทั่งได้มาลองเจ้า Philips AirFryer 3000 Series NA351/00 ตัวนี้แหละครับ ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปเลย พูดตรงๆ ตอนแรกก็สงสัยนะว่าหม้อทอดสองช่องมันจะดีขนาดไหนกันเชียว แต่พอได้สัมผัสจริงจังเท่านั้นแหละ โอ้โห มันเกินคาดครับ
ฟังก์ชันฉลาดๆ ที่ใช้งานได้จริง
จุดที่ผมว่ามันเจ๋งสุดๆ เลยสำหรับรุ่นนี้ก็คือฟังก์ชัน Dual Basket นี่แหละครับ คือเราสามารถแยกทำอาหารสองอย่างพร้อมกันได้เลย โดยไม่ต้องมานั่งรอให้จบไปทีละอย่าง แล้วเขายังมีโหมด Sync Finish ที่ช่วยให้ทั้งสองตะกร้าเสร็จพร้อมกันเป๊ะ! สำหรับคนขี้ลืมแบบผมที่มักจะลืมดูเวลา หรือกังวลว่าอีกอย่างจะเย็นชืดก่อนกินนะ อันนี้คือพระเอกเลยจริงๆ ปุ่มกดเป็นแบบดิจิทัล ใช้งานง่าย มีเมนูที่ตั้งค่ามาให้แล้วหลายแบบ ไม่ต้องมานั่งเดาสุ่มว่าจะใช้ไฟเท่าไหร่ นานแค่ไหนสำหรับอาหารแต่ละประเภท เขาใส่เทคโนโลยี Rapid Air มาให้ด้วย ซึ่งมันก็ช่วยให้อาหารที่เราทอดออกมาข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มฉ่ำ ไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ สุขภาพดีขึ้นชัดเจนเลยครับ
ลองของจริง: เมนูง่ายๆ ที่ออกมาไม่ธรรมดา
ที่บ้านผมชอบกินนักเก็ตกับเฟรนช์ฟรายส์มากครับ เมื่อก่อนต้องทอดแยกกันให้วุ่นวาย แต่พอมีรุ่นนี้ ผมโยนนักเก็ตเข้าช่องนึง เฟรนช์ฟรายส์อีกช่องนึง กดปุ่ม Sync Finish รอไม่ถึง 20 นาทีก็ได้กินพร้อมกันแบบร้อนๆ เลยครับ หรือจะเป็นการอบแซลมอนกับหน่อไม้ฝรั่งก็ทำได้สบายๆ ปลาก็ออกมาเนื้อฉ่ำ หน่อไม้ฝรั่งก็กรอบกำลังดี ผมเคยลองทำไก่ทอดไร้น้ำมันด้วยนะ ก็บอกเลยว่าหนังไก่กรอบสะใจ เนื้อข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำอยู่เลย ถือว่าสอบผ่านเรื่องรสชาติและการใช้งานจริงแบบเต็มๆ
เรื่องความสะอาดและพื้นที่วาง
เรื่องทำความสะอาดก็เป็นอีกเรื่องที่พ่อบ้านอย่างผมให้ความสำคัญมากครับ คือถ้าล้างยากนี่มันจะกลายเป็นภาระทันทีเลยนะ แต่สำหรับ Philips ตัวนี้เนี่ย ส่วนตะกร้ากับลิ้นชักมันถอดล้างได้ง่ายมากครับ บางชิ้นก็เข้าเครื่องล้างจานได้เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องมานั่งขัดให้เมื่อยมือ แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังนิดนึงคือตรงช่องระบายอากาศด้านหลัง บางทีไอน้ำมันก็อาจจะไปเกาะบ้าง ซึ่งก็ต้องคอยเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ
ส่วนขนาดตัวเครื่องเนี่ย ด้วยความที่เป็นหม้อทอดสองช่อง มันก็เลยจะใหญ่กว่าหม้อทอดช่องเดียวพอสมควรเลยครับ กินพื้นที่บนเคาน์เตอร์ไปเยอะอยู่เหมือนกัน สำหรับบ้านไหนที่ครัวมีพื้นที่จำกัด อาจจะต้องลองวัดดูก่อนนิดนึงครับว่ามีที่วางพอไหม
ข้อสังเกตที่อยากบอกก่อนควักกระเป๋า
เอาเข้าจริงเจ้า Philips AirFryer 3000 Series NA351/00 ตัวนี้มันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบของคนยุคใหม่มากๆครับ แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าราคาค่าตัวมันก็ไม่ได้เบาเลยนะครับ เป็นการลงทุนที่ต้องคิดนิดนึง ถ้าคุณเป็นคนทำอาหารไม่บ่อย หรือทำแค่เมนูเดียวง่ายๆ อาจจะยังไม่เห็นความคุ้มค่าเท่าไหร่ แต่ถ้าที่บ้านมีสมาชิกหลายคน ทำกับข้าวหลายอย่างในมื้อเดียวบ่อยๆ หรืออยากประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร เจ้านี่จะเปลี่ยนเกมให้คุณได้เลย
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาคือแม้จะเป็นสองตะกร้า แต่ความจุแต่ละช่องก็ไม่ได้ใหญ่ยักษ์นะครับ ถ้าคุณจะอบไก่เป็นตัวๆ หรือเนื้อชิ้นใหญ่มากๆ อาจจะต้องแยกทำอยู่ดี ต้องดูปริมาณการใช้งานของเราเป็นหลักก่อนตัดสินใจครับ
สรุปคือ ผมฟันธงเลยนะว่าถ้าคุณเป็นสายพ่อบ้านยุคใหม่ที่อยากได้ตัวช่วยในครัวให้ชีวิตง่ายขึ้น ทำอาหารได้หลากหลายขึ้นพร้อมๆ กันโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ เจ้า Philips AirFryer 3000 Series NA351/00 ตัวนี้คือคำตอบที่ยอดเยี่ยมมากๆครับ แต่ถ้าเน้นประหยัดพื้นที่และงบประมาณ อาจจะต้องมองตัวเลือกอื่นที่เล็กกว่านี้หน่อยครับ










