รีวิว Smarthome AP-180 เครื่องกรองอากาศ PM2.5 คุ้มค่า สะดวกสำหรับบ้านยุคใหม่
ช่วงหลังๆ มานี่อากาศบ้านเรามันไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่เลยนะครับ โดยเฉพาะค่าฝุ่น PM2.5 ที่ชอบขึ้นๆ ลงๆ จนน่าใจหาย ตื่นเช้ามาเห็นค่าบนแอปแดงแจ๋ทีไร ผมก็อดกังวลเรื่องสุขภาพคนในบ้านไม่ได้จริงๆ ทั้งลูก ทั้งภรรยา ยิ่งต้องอยู่บ้านทำงานกันเยอะขึ้นแบบนี้ อากาศในบ้านก็ยิ่งสำคัญ
ผมเองก็เป็นคนนึงที่มองหาเครื่องกรองอากาศมานานแล้วล่ะ แต่ก็ลังเลอยู่นานว่าจะเอาตัวไหนดี เพราะมีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด จนกระทั่งมีโอกาสได้ลองเจ้า Smarthome AP-180 ตัวนี้มาใช้ที่บ้าน บอกตรงๆนะครับ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากตอนแรก เพราะราคาก็ไม่ได้แรงอะไรนัก แต่พอลองใช้จริงจังไปสักพัก ก็มีอะไรอยากมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกเลยครับ
อากาศบ้านเรา... ทำไมต้องมีเครื่องฟอกอากาศ?
เอาเข้าจริงหลายคนอาจจะคิดว่า “ก็แค่เครื่องฟอกอากาศ” แต่สำหรับผมที่เป็นพ่อบ้านแล้ว มันไม่ใช่แค่นั้นเลยครับ ลองนึกภาพดูว่าทุกวันเราสูดอากาศที่มีฝุ่นจิ๋วขนาดเล็กกว่าเส้นผมของเราเป็นสิบเท่าเข้าไปในปอด สารพัดโรคที่ตามมานี่น่ากลัวนะครับ ไม่ใช่แค่ภูมิแพ้ แต่ลามไปถึงปอด หัวใจ หรือแม้แต่มะเร็งได้เลย นี่คือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ผมตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านให้ได้
Smarthome AP-180 ตัวนี้... ตอบโจทย์คนขี้กังวลเรื่องฝุ่นแบบผม
อย่างที่บอกครับ ตอนแรกผมก็แค่ลองๆ ดู แต่พอลองใช้ Smarthome AP-180 ไปเรื่อยๆ รู้สึกเลยว่ามันตอบโจทย์การใช้งานของคนทั่วไปในบ้านได้ดีทีเดียว ไม่ใช่แค่ฟอกอากาศได้ แต่ยังบอกค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ได้ด้วย ซึ่งจุดนี้แหละที่ผมว่ามันเจ๋งและทำให้เราอุ่นใจขึ้นเยอะเลย
ฟีเจอร์เด่นที่จับต้องได้: PM2.5 บอกปุ๊บรู้ปั๊บ!
สิ่งแรกที่เตะตาผมเลยคือหน้าจอแสดงผลครับ มันไม่ใช่แค่ปุ่มเปิด-ปิดธรรมดาๆ นะ แต่เขามีจอ LED ขนาดใหญ่ที่บอกค่า PM2.5 เป็นตัวเลขชัดเจน พร้อมแถบสีเขียว เหลือง แดง ให้เราเข้าใจง่ายๆ เลยว่าตอนนี้อากาศในห้องคุณภาพประมาณไหน เขียวคือดี แดงคือแย่มาก ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ผมชอบเป็นพิเศษ เพราะเราเห็นการทำงานของมันได้ทันที ไม่ต้องมานั่งเดา แถมมันยังมีโหมด Auto ด้วยนะ คือถ้าอากาศไม่ดี เครื่องก็จะเร่งพัดลมเองอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมานั่งปรับเองให้วุ่นวาย สะดวกสบายมากสำหรับคนขี้ลืมแบบผม
การทำงานจริงและการดูแล: เงียบแค่ไหน? ไส้กรองหาซื้อยากไหม?
เรื่องเสียงนี่สำคัญมากๆ สำหรับผมเลยครับ เพราะบางทีลูกนอนหลับอยู่ก็ไม่อยากให้เสียงดังรบกวน ในโหมดปกติหรือโหมดกลางคืนนี่เสียงเงียบกริบจนแทบไม่ได้ยินเลยครับ เปิดทิ้งไว้ตอนนอนก็สบายๆ ส่วนตอนที่ฝุ่นเยอะๆ แล้วเครื่องเร่งรอบพัดลมอันนั้นก็จะมีเสียงดังขึ้นมาบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ไม่ได้ดังจนน่ารำคาญอะไรนะ รับได้ครับ
ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการกรอง เท่าที่สังเกตคือห้องขนาดประมาณ 20-30 ตารางเมตรนี่เอาอยู่สบายๆครับ ฝุ่นละอองเล็กๆ หรือกลิ่นอับต่างๆ มันก็ช่วยได้เยอะเลย เวลาทำกับข้าวเสร็จแล้วเปิดไว้ กลิ่นคาวต่างๆ ก็จางลงไวขึ้นมาก เรื่องไส้กรองนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่พ่อบ้านอย่างผมต้องคิดถึง เพราะค่าใช้จ่ายระยะยาวก็มีผลนะ เท่าที่เช็กมา ไส้กรองของ Smarthome AP-180 เขาเป็นแบบรวม 3 ชั้น (Pre-filter, HEPA, Activated Carbon) หาซื้อก็ไม่ยากครับ มีขายตามช่องทางออนไลน์ทั่วไป ราคาไม่แรงมากเท่ากับบางยี่ห้อที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองทีแทบจะซื้อเครื่องใหม่ได้เลย อันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาวดีครับ
ข้อสังเกตและจุดที่อยากให้ดีขึ้นอีกหน่อย
แม้จะชอบหลายอย่าง แต่ก็มีบางจุดที่ผมรู้สึกว่าน่าจะดีกว่านี้ได้อีกนิดนะครับ อย่างแรกคือเรื่องความแม่นยำของเซนเซอร์ PM2.5 บางทีผมก็รู้สึกว่ามันอาจจะไม่เป๊ะเท่ากับเครื่องวัดฝุ่นตัวแพงๆ ที่ใช้เซนเซอร์เกรดโรงพยาบาลนะ คือมันเป็นตัวบอกแนวโน้มได้ดี แต่ถ้าเอาแบบละเอียดสุดๆ อาจจะต้องมองตัวอื่น แต่สำหรับใช้ในบ้านทั่วไปผมว่ามันก็โอเคแล้วล่ะครับ
อีกเรื่องคือเรื่องดีไซน์ บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันดูเรียบๆ ไปหน่อย ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่สำหรับผมที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและการกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแบบไม่แย่งซีนก็ถือว่ารับได้นะครับ แต่ถ้าใครมองหาเครื่องฟอกอากาศที่ดูเป็นของตกแต่งบ้านแบบมีสไตล์มากๆ อาจจะต้องพิจารณาจุดนี้ดูนิดนึง
สรุปแล้ว... ควรมีติดบ้านไหม?
ถ้าถามผมในฐานะคนใช้งานจริงที่ห่วงใยสุขภาพคนในบ้านและกำลังมองหาเครื่องกรองอากาศที่คุ้มค่า ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันที่จำเป็นครบครันอย่างการบอกค่า PM2.5 แบบเรียลไทม์ และราคาจับต้องได้ ผมบอกเลยว่าเจ้า Smarthome AP-180 ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆครับ เหมาะสำหรับบ้านหรือห้องขนาดไม่ใหญ่มากที่ต้องการอากาศสะอาดๆ แบบไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป
มันอาจจะไม่ได้มีฟีเจอร์อัจฉริยะล้ำยุคเชื่อมต่อแอปพลิเคชันได้ทุกอย่างเหมือนเครื่องแพงๆ นะ แต่ในแง่ของการทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ดี บอกค่าฝุ่นได้ชัดเจน และดูแลรักษาง่าย ผมว่า Smarthome AP-180 ทำได้ดีเกินราคาไปเยอะเลยครับ สำหรับผมแล้วถือว่างานดีเลยล่ะ ใครที่กำลังลังเลอยู่ ผมก็แนะนำให้ลองดูครับ รับรองว่าอากาศในบ้านจะดีขึ้นจนคุณรู้สึกได้เองเลย










