รีวิว DJI Osmo 360: กล้อง 360 องศา ตัวจริงที่ต้องมี (จากผู้เชี่ยวชาญ)
เอาจริงนะ ช่วงหลังๆ มานี้ผมรู้สึกว่ากล้องทั่วไปมันเริ่มไม่พอแล้วกับการเก็บเรื่องราวในทริปหรือกิจกรรมสนุกๆ ของเรา บางทีเราก็พลาดโมเมนต์สำคัญไปเพราะมัวแต่เล็ง กดชัตเตอร์ไม่ทันบ้าง หรือมุมมันไม่ได้อย่างใจบ้าง ยิ่งพอเห็นคนรอบข้างเริ่มหันไปใช้กล้อง 360 องศากันเยอะขึ้น ผมก็เริ่มสงสัยว่ามันจะตอบโจทย์คนชอบบันทึกภาพแบบผมได้จริงเหรอ แล้วพอได้ข่าวว่า DJI ก็โดดลงมาเล่นตลาดนี้ด้วยกับ DJI Osmo 360 เนี่ยะ ผมนี่ตาโตเลย เพราะแบรนด์นี้เขาขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความนิ่งของภาพอยู่แล้ว
กล้องตัวเดียวจบทุกมุมมอง มันทำได้จริงเหรอ
สำหรับผมที่เป็นคนชอบศึกษาเรื่องเทคโนโลยีกล้องมาตลอด ยอมรับเลยว่าแนวคิดของกล้อง 360 องศามันน่าสนใจโคตรๆ เหมือนเรามีกล้องหลายๆ ตัวมารวมอยู่ในเครื่องเดียว มันช่วยให้เราไม่พลาดทุกช็อต ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพแบบเป๊ะๆ เหมือนกล้องทั่วไป จุดนี้แหละที่ DJI Osmo 360 ทำได้ค่อนข้างดีงามเลยนะ คือเขามีระบบการจับภาพที่กว้างมากๆ ทำให้คุณถ่ายไปก่อนแล้วค่อยมาเลือกมุมทีหลังได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการแพนกล้องช้าๆ หรือการทำมุมมองแบบ Tiny Planet ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมดครับ
ที่เด็ดกว่านั้นคือเรื่องของระบบกันสั่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของ DJI มาตลอด เขายังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะวิ่ง กระโดด หรือแม้แต่ขี่มอเตอร์ไซค์ลุยๆ ภาพที่ออกมาก็ยังนิ่งกริบเหมือนลอยได้ มันต่างจากกล้อง 360 บางยี่ห้อที่ถึงแม้จะกันสั่นได้ แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความกระตุกนิดๆ หน่อยๆ พอมาใช้ Osmo 360 แล้วรู้สึกมั่นใจว่าภาพที่ได้มาใช้งานได้จริงแน่นอน
คุณภาพของภาพและวิดีโอ เขาทำได้ดีแค่ไหน
ในเรื่องของคุณภาพของไฟล์ภาพและวิดีโอ ต้องบอกว่า DJI Osmo 360 ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังเลยครับ ด้วยความละเอียดที่ให้มาสูงถึง 5.7K มันเพียงพอสำหรับการรีเฟรมวิดีโอเป็นมุม 16:9 แบบปกติแล้วนำไปใช้งานต่อได้สบายๆ รายละเอียดของภาพที่ได้คมชัด สีสันก็ดูเป็นธรรมชาติสไตล์ DJI คือไม่ได้เน้นสีจัดจ้านจนเกินไป แต่ก็ยังคงความสดใสเอาไว้ได้ดีพอสมควร
เรื่องของ Dynamic Range
นี่ก็เป็นอีกจุดที่ผมอยากจะชม ตัวกล้องจัดการกับสถานการณ์ย้อนแสงหรือสภาพแสงที่มีความแตกต่างกันมากๆ ได้ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ เก็บรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างได้ค่อนข้างครบถ้วน ไม่ค่อยมีอาการมืดเป็นเงาหรือสว่างจ้าจนรายละเอียดหายไปเท่าไหร่ ซึ่งจุดนี้มันสำคัญมากสำหรับกล้อง 360 ที่มักจะต้องเจอกับสภาพแสงหลากหลายทิศทางพร้อมกัน มันทำให้เราไม่ต้องมานั่งแก้สีหรือปรับแสงเยอะเกินไปในขั้นตอนหลังการถ่ายทำครับ
ไม่ใช่แค่ถ่าย 360 แต่ยังตัดต่อได้โคตรมันส์
สิ่งที่ทำให้กล้อง 360 องศาของ DJI ตัวนี้โดดเด่นไม่แพ้ใครคือเรื่องของซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันสำหรับตัดต่อ คือบอกตรงๆ ว่าแอปพลิเคชันของเขาใช้งานง่ายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการรีเฟรมวิดีโอ เลือกมุมที่ต้องการ การซูมเข้าซูมออก หรือแม้แต่การใส่เอฟเฟกต์สนุกๆ อย่าง Bullet Time หรือ Tiny Planet ที่เป็นเอกลักษณ์ของกล้อง 360 ก็ทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดครับ
ผมเคยลองใช้กล้อง 360 ของค่ายอื่นมาบ้างนะ บางตัวฟังก์ชันดี แต่แอปพลิเคชันกลับใช้งานยาก ต้องมีทักษะพอสมควรถึงจะดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ แต่กับ Osmo 360 คุณแทบจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการเรียนรู้โปรแกรมใหม่ๆ เลยครับ ทุกอย่างมันออกแบบมาให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายมากๆ ทำให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์จากวิดีโอ 360 องศาเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
มีดีก็ต้องมีข้อสังเกต ผมใช้แล้วเจออะไรบ้าง
แน่นอนว่าของทุกอย่างมันก็มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องปรับปรุงใช่มั้ยครับ สำหรับ DJI Osmo 360 ผมมีข้อสังเกตบางอย่างที่อยากจะแชร์เผื่อใครกำลังคิดจะซื้อ
- แบตเตอรี่: อันนี้เป็นเรื่องปกติของกล้อง 360 ส่วนใหญ่ คือแบตเตอรี่หมดค่อนข้างไวครับ ยิ่งถ่าย 5.7K ด้วยแล้ว แป๊บๆ ก็เหลือขีดสองขีดแล้ว ฉะนั้นแนะนำว่าถ้าจะพกไปทริปยาวๆ ควรมีแบตสำรองไว้สักก้อนสองก้อนครับ
- การจัดการไฟล์: ไฟล์วิดีโอ 360 องศามันมีขนาดใหญ่มากๆครับ ถึงแม้จะมีความละเอียดสูง แต่ก็กินพื้นที่จัดเก็บเยอะพอสมควรเลย ทำให้การโอนถ่ายไฟล์เข้าคอมพิวเตอร์หรือการตัดต่อบนสมาร์ทโฟนอาจจะต้องใช้เวลาและสเปกเครื่องที่ค่อนข้างดีครับ
- รอยต่อของภาพ (Stitching): โดยรวมแล้วรอยต่อของภาพเนียนตาดีครับ แต่ก็ยังมีบางสถานการณ์ที่ถ้าเราไปถ่ายใกล้ๆ วัตถุมากๆ หรือมีวัตถุบางอย่างอยู่ในระยะประชิดตัวกล้องมากๆ จะเห็นรอยต่อได้บ้างเล็กน้อยครับ อันนี้ก็เป็นธรรมชาติของกล้อง 360 ที่ใช้เลนส์สองตัว
- ราคา: อันนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ยอมรับว่าราคาเปิดตัวของมันก็อยู่ในระดับพรีเมียมพอสมควรครับ อาจจะต้องพิจารณางบประมาณในกระเป๋ากันสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกับฟังก์ชันและคุณภาพที่ได้ ผมก็ว่ามันคุ้มค่านะ
สรุปแล้ว “เจ้า Osmo 360” นี่มันเหมาะกับใคร
สำหรับผมที่เป็นสายเนิร์ดไอทีและชอบลองของใหม่ๆ ต้องบอกว่า DJI Osmo 360 เป็นกล้อง 360 องศาที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ เหมาะสำหรับคนที่:
- นักเดินทางและนักผจญภัย: ที่ต้องการเก็บทุกโมเมนต์โดยไม่พลาดมุมมองใดๆ เลย
- คอนเทนต์ครีเอเตอร์: ที่อยากได้มุมมองใหม่ๆ ไปสร้างสรรค์ผลงานลงโซเชียลมีเดียให้ไม่เหมือนใคร
- คนที่ชอบความง่าย: ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพ และอยากได้แอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ตัดต่อสะดวก
- คนที่ให้ความสำคัญกับระบบกันสั่นและคุณภาพของภาพเป็นอันดับต้นๆ: เพราะ DJI ทำมาได้ดีจริงๆ ในจุดนี้
ผมกล้าฟันธงเลยว่าถ้าคุณกำลังมองหากล้อง 360 องศาที่ใช้งานง่าย คุณภาพดี และมีระบบกันสั่นที่ไว้ใจได้ DJI Osmo 360 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากๆครับ คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร ก็สามารถสนุกกับการสร้างสรรค์วิดีโอ 360 ได้ไม่ยากเลยครับ










