DJI Osmo Action 6: กล้องแอคชั่นสายลุย ตัวจริงเรื่องภาพและกันสั่น
ผมยังจำความชุลมุนในวันวานได้เป็นอย่างดี เมื่อครั้งตอนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ทะเลคราวก่อน กว่าจะแบกกล้องใหญ่ๆ แล้วต้องคอยระวังไม่ให้มันโดนน้ำ โดนทราย มันวุ่นวายแค่ไหน? หรือบางทีอยากจะถ่ายตอนเล่นกีฬาผาดโผนแต่กล้องดันไม่ทนพอ นี่เลย ผมเจอตัวช่วยที่มันเปลี่ยนการถ่ายวิดีโอผจญภัยไปเลยจริงๆ ตั้งแต่ได้ลองใช้ DJI Osmo Action 6 มา บอกเลยว่าชีวิตนักผจญภัยของผมมันง่ายขึ้นเยอะจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ไปแล้ว
ภาพสวยสะท้านใจ แม้แสงน้อยก็เอาอยู่
จุดแรกที่ผมประทับใจตั้งแต่แกะกล่องเลยคือเรื่องคุณภาพของภาพนะ เอาเข้าจริงตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก เพราะเคยใช้กล้องแอคชั่นตัวอื่นมาบ้างแล้ว ก็จะประมาณว่าถ่ายกลางวันโอเค แต่พอแสงน้อยก็จบเห่ แต่เจ้า Action 6 เนี่ย เขายัดเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้วมาให้ ซึ่งมันใหญ่กว่าเดิมเยอะมาก พอลองใช้ถ่ายในที่มืดๆ หรือตอนแสงสลัวๆ อย่างช่วงพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกดิน คือภาพมันยังออกมาคมชัด สีสันจัดจ้าน ไม่เป็นวุ้นเหมือนเมื่อก่อน อันนี้คือโคตรว้าวเลยนะ!
แถมยังถ่ายได้ถึง 4K 120fps อีกตะหาก คือเวลาเอามาทำ Slow-motion นี่ภาพมันโคตรลื่นไหล ดูเป็นมืออาชีพขึ้นมาทันทีเลย แล้วสำหรับสายที่ชอบเอาไปแต่งสีต่อ เขาก็มีโหมดสีแบบ 10-bit D-Log M มาให้ด้วยนะ อันนี้สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องถูกใจแน่นอน เพราะมันให้ช่วงไดนามิกที่กว้างมากๆ ทำให้เราเอาไปเกรดสีได้ตามใจชอบแบบสบายๆ เลย
ลุยได้ทุกสถานการณ์ แบบไม่ต้องกังวล
สำหรับสายลุยแบบผม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือก้องมันต้องทนทานใช่ป่ะ เจ้า Osmo Action 6 เนี่ยเขาเคลมว่ากันน้ำได้ลึก 18 เมตร โดยไม่ต้องใส่เคสกันน้ำเพิ่มเลยนะ คือเวลาไปดำน้ำตื้น หรือแค่พายเรือคายัค ผมก็โยนมันลงน้ำได้แบบไม่ต้องคิดเยอะเลย แล้วที่สำคัญคือมันยังทนอากาศหนาวได้ถึง -20 องศาเซลเซียสอีกด้วยนะ! ซึ่งถ้าใครเคยเอากล้องไปใช้ในที่อากาศเย็นมากๆ จะรู้เลยว่าแบตเตอรี่มันจะหมดไวแค่ไหน แต่รุ่นนี้เขาแก้ปัญหานั้นมาให้แล้ว ทำให้แบตมันอึดขึ้นเยอะมากในสภาพอากาศหนาวจัด
ระบบกันสั่น RockSteady 3.0 ที่นิ่งเกินคาด
เรื่องกันสั่นนี่ก็เป็นอีกหนึ่งไม้ตายเลยจริงๆ ต่อให้เราจะวิ่ง ปีนเขา หรือปั่นจักรยานแบบขรุขระแค่ไหน ภาพที่ออกมาก็ยังนิ่งกริบเหมือนลอยได้เลยนะ เขามีทั้ง RockSteady 3.0 ที่ปรับปรุงมาดีขึ้นมาก และยังมี 360° HorizonSteady กับ HorizonBalancing ที่ช่วยรักษาระดับเส้นขอบฟ้าให้ตรงเป๊ะ ไม่ว่ากล้องเราจะเอียงไปทางไหนก็ตาม อันนี้คือช่วยชีวิตได้เยอะมากเวลาที่เราไม่ได้ถือกล้องนิ่งๆ หรือติดกล้องบนหมวกแล้วต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา
ใช้งานง่าย จอคู่ หน้าหลังชัดแจ๋ว
สิ่งที่ทำให้ Osmo Action 6 ใช้งานง่ายกว่าที่คิดก็คือหน้าจอสัมผัสคู่หน้า-หลังนี่แหละครับ คือจอหน้ามันมีประโยชน์มากเวลาที่เราจะเซลฟี่ หรือถ่าย Vlog ตัวเอง มันทำให้เราจัดเฟรมภาพได้ง่าย ไม่ต้องคอยเดาว่าหน้าจะหลุดเฟรมรึเปล่า ส่วนจอหลังก็ใหญ่เต็มตา กดใช้งานง่าย ฟังก์ชันต่างๆ เข้าถึงได้รวดเร็วดีครับ
แล้วที่ผมชอบมากอีกอย่างคือระบบยึดกล้องแบบ Magnetic Quick Release นะ คือมันเป็นแม่เหล็กที่แปะติดกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแน่นหนามากๆ แค่กดแล้วแปะ มันก็ติดหนึบเลย ไม่ต้องมานั่งหมุนเกลียวให้เสียเวลาอีกต่อไป อันนี้คือสะดวกสุดๆ สำหรับสายที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมบ่อยๆ อย่างผม
จุดที่ผมยังแอบขัดใจนิดๆ นะ
แน่นอนว่าของทุกอย่างมันก็มีข้อดีข้อเสียกันไปใช่ไหมครับ สำหรับ DJI Osmo Action 6 เนี่ย ถึงแม้จะทำออกมาได้ดีแทบจะทุกจุด แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ผมรู้สึกว่ามันยังไปได้อีกนะ อย่างแรกเลยคือเรื่องแบตเตอรี่ แม้ว่าเขาจะบอกว่าอึดขึ้น แต่เอาเข้าจริงถ้าเราถ่าย 4K 120fps แบบต่อเนื่อง หรือใช้ฟังก์ชันกันสั่นแบบเต็มที่ แบตก็ยังหมดค่อนข้างไวอยู่ดีครับ คือถ้าจะออกทริปยาวๆ แบบทั้งวัน ผมแนะนำให้พกแบตสำรองไปด้วยสักก้อนสองก้อนนะ สบายใจกว่าเยอะ
อีกจุดหนึ่งคือเรื่องราคาครับ ด้วยสเปคที่จัดเต็มขนาดนี้ ราคาของ Action 6 ก็จะสูงกว่ากล้องแอคชั่นทั่วๆ ไปในตลาดพอสมควร ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนลังเลอยู่บ้าง ถ้าคุณไม่ได้ใช้ฟีเจอร์โปรๆ อย่าง 10-bit D-Log M หรือไม่ได้ถ่ายในที่แสงน้อยบ่อยๆ บางทีกล้องรุ่นที่สเปคต่ำลงมาหน่อย อาจจะคุ้มค่ากว่าก็ได้นะ อันนี้ต้องลองชั่งใจดู
เอาเป็นว่า ถ้าใครกำลังมองหากล้องแอคชั่นที่มันพร้อมลุยไปกับเราจริงๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องภาพไม่สวยหรือพังง่ายๆ เจ้า Osmo Action 6 ตัวนี้ ผมว่าโคตรตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรยุ่งยากแต่ยังอยากได้งานคุณภาพนะ ลองไปจับของจริงดู ผมว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ!










