Dika จักรยานไฟฟ้า 48V12A คันนี้ มันใช่สำหรับคุณไหม?
ช่วงนี้รู้สึกไหมครับว่าทุกอย่างมันดูรีบเร่งไปหมด โดยเฉพาะตอนเช้าๆ ที่ต้องออกไปทำงาน ผมเองก็ประสบปัญหานี้มาพักใหญ่ๆ แล้ว รถก็ติดเหลือเกิน ไหนจะค่าที่จอดที่แพงขึ้นเรื่อยๆ พอมานั่งคิดดูจริงๆ มันเปลืองทั้งเวลาและเงินไปกับเรื่องเดินทางเยอะมากเลยนะ นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมต้องมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การเดินทางในแต่ละวันของผมมันสมูทขึ้น ไม่ต้องหัวเสียกับรถติดๆ อีกต่อไป
Dika 48V12A คันนี้ มันตอบโจทย์ผมยังไงบ้าง
บอกตรงๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้รู้จักแบรนด์ Dika อะไรมากมายหรอกครับ แต่พอเห็นสเปคกับดีไซน์เจ้าจักรยานไฟฟ้า 48V12A คันนี้ มันก็สะดุดตาดีนะ คือเขานำเสนอมาในแนวทางที่ดูทันสมัย ไม่ได้เป็นจักรยานไฟฟ้าบ้านๆ ทั่วไป ผมเลยลองหาข้อมูลเพิ่ม แล้วก็ตัดสินใจสั่งมาลองใช้ดู ปรากฏว่ามันดีเกินคาดเลยครับ
แบตเตอรี่ 48V12A กับระยะทางที่ไปได้
สิ่งแรกที่ผมประทับใจคือเรื่องแบตเตอรี่เนี่ยแหละครับ 48V12A ฟังดูอาจจะตัวเลขไม่ได้เยอะมากสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ แต่เอาเข้าจริง ด้วยพลังงาน 576 วัตต์ชั่วโมงเนี่ย มันพาผมไปทำงานระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรได้สบายๆครับ แบตเหลือๆ กลับถึงบ้านแล้วยังพอออกไปซื้อของหน้าปากซอยได้อีกนิดหน่อยเลยนะ จากที่ผมใช้งานจริง ถ้าถนนเรียบๆ ไม่มีเนินชันมากนัก แล้วน้ำหนักตัวไม่เกิน 80 กิโลกรัมเนี่ย น่าจะวิ่งได้ราวๆ 35-40 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ผมว่าสำหรับใช้ในเมือง หรือวิ่งไปทำงานใกล้ๆ ถือว่าตอบโจทย์มากเลย
ฟีเจอร์ฉลาดๆ ที่ใช้งานง่าย
อีกจุดที่ผมชอบมากๆ คือระบบปลดล็อกครับ มันไม่ต้องใช้กุญแจเสียบให้วุ่นวาย แค่กดรีโมทก็ได้แล้ว สะดวกสุดๆ เวลาเรารีบๆ หรือตอนที่มือไม่ว่าง ระบบนี้มันทำให้รู้สึกว่ารถเราทันสมัยขึ้นเยอะเลยครับ แล้วไฟหน้าแบบ LED ก็สว่างคมชัดดีนะ ช่วยให้ขับขี่ตอนกลางคืนได้มั่นใจขึ้นมาก เรื่องหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ดิจิตอลก็ทำได้ดีครับ มองเห็นข้อมูลความเร็ว ระดับแบตเตอรี่ได้ชัดเจน ไม่ต้องเพ่งให้เสียสายตา มันทำให้เราควบคุมการเดินทางได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ลองใช้งานจริงแล้วเป็นยังไงบ้าง
ตอนขับขี่เนี่ย ต้องบอกว่า Dika คันนี้เขาออกแบบมาได้ค่อนข้างเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันจริงๆ ผมรู้สึกว่าตัวรถมันไม่หนักจนเกินไป ทำให้ควบคุมง่าย ซอกแซกตามซอยเล็กๆ หรือตอนรถติดก็ทำได้คล่องตัวดี ช่วงล่างอาจจะไม่ได้นุ่มนวลเหมือนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆนะครับ แต่ก็พอรับได้ ไม่ได้กระเทือนจนน่าหงุดหงิดอะไรสำหรับถนนเมืองไทยทั่วๆ ไป ส่วนความเร็วสูงสุดที่ทำได้ก็ราวๆ 35-40 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่กำลังดีสำหรับการเดินทางในเมืองครับ ปลอดภัย ไม่ได้เร็วหวือหวาจนน่าตกใจอะไร
จุดที่ผมมองว่าเป็นข้อสังเกตและอยากให้พัฒนา
แน่นอนว่าของทุกอย่างมันก็ต้องมีข้อที่ควรปรับปรุงบ้าง อย่างแรกเลยคือเรื่องของกำลังมอเตอร์ครับ บนหน้าสินค้าไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ากี่วัตต์ แต่จากการใช้งานจริง ถ้าเจอทางชันมากๆ หรือต้องบรรทุกของหนักๆ หน่อย ก็จะรู้สึกว่ากำลังมันดรอปลงไปบ้าง ไม่ได้พุ่งปรู๊ดปร๊าดเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จักรยานไฟฟ้าในเรทราคานี้จะให้มอเตอร์มาประมาณ 350W-500W ซึ่งถ้าเป็นตัวล่างๆ ก็จะออกตัวช้าหน่อยครับ อีกเรื่องคือการรับประกันและอะไหล่ ถ้าเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้มีศูนย์บริการเยอะๆ แบบนี้ เราก็ต้องเผื่อใจเรื่องการหาอะไหล่ในระยะยาวไว้บ้างนะครับ แต่ก็พอหาเทียบเคียงได้ไม่ยากเท่าไหร่หรอก ส่วนเรื่องความนุ่มนวลของเบาะนั่ง บางคนอาจจะรู้สึกว่านั่งนานๆ แล้วเมื่อยได้ อันนี้อาจจะต้องหาเบาะเสริมมาใส่เพิ่มกันเองนิดหน่อยนะ
โดยรวมแล้ว ผมว่า Dika จักรยานไฟฟ้า 48V12A คันนี้ มันเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับคนที่กำลังมองหายานพาหนะส่วนตัวสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เดินทางไปทำงาน ไปจ่ายตลาด หรือแค่ขี่เล่นแถวบ้าน ประหยัดทั้งน้ำมันและเวลา แถมยังได้ออกไปเจออากาศข้างนอกบ้าง มันทำให้ชีวิตประจำวันผมดีขึ้นเยอะเลยครับ ลองเอาไปพิจารณากันดูนะ










