รีวิว Gmax AP-901 เครื่องฟอกอากาศ PM2.5: คุ้มค่าจริงไหม สายพ่อบ้านต้องอ่าน
ช่วงนี้อากาศบ้านเรามันแย่ลงทุกวันจริงๆนะครับ ออกไปข้างนอกก็เจอฝุ่น กลับมาบ้านก็ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรลอยๆ อยู่เต็มไปหมด ยิ่งวันไหนมีฝุ่น PM2.5 เยอะๆ นี่ผมนี่แสบจมูกไปหมดเลย ยิ่งตอนนี้ผมต้องนั่งทำงานที่บ้านบ่อยๆ ด้วย พอนั่งไปนานๆ รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ค่อยโล่ง สุดท้ายทนไม่ไหวครับ ตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องมีเครื่องฟอกอากาศติดห้องสักตัวแล้วล่ะ
เลือกรุ่นไหนดี? มาเจอ Gmax AP-901 ที่ตอบโจทย์
ตอนแรกก็งงๆ ว่าจะเอารุ่นไหนดี เพราะในตลาดมีเยอะแยะไปหมดเลย แต่พอลองหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ผมก็มาสะดุดกับเจ้า Gmax Air Purifier รุ่น AP-901 ตัวนี้เข้าครับ ที่ชอบเลยคือมันบอกว่าครอบคลุมพื้นที่ 35 ตรม. ซึ่งถือว่าพอดีกับห้องทำงานผมเลย ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แถมยังมีหน้าจอวัดค่าฝุ่น PM2.5 ให้ดูแบบเรียลไทม์ด้วย อันนี้แหละที่ผมอยากได้มากๆ เพราะอยากรู้ว่าอากาศในห้องมันดีขึ้นจริงไหม
ดีไซน์ของเครื่องก็ถือว่าสอบผ่านเลยนะ เขาออกแบบมาเรียบๆ ดูมินิมอลดีครับ เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในห้องได้ง่าย ไม่ได้ดูเป็นของแปลกปลอมอะไร ขนาดกำลังเหมาะ ไม่เกะกะสายตา ตอนยกมาวางก็ไม่หนักเกินไป ผู้ชายคนเดียวยกสบาย
ใช้งานจริงแล้วเป็นยังไง ฟอกเร็วแค่ไหน เสียงดังไหม
พอเสียบปลั๊กแล้วเปิดเครื่องใช้งานครั้งแรก สิ่งที่ผมประทับใจเลยคือหน้าจอแสดงผล PM2.5 ที่มันโชว์ค่าฝุ่นให้เห็นทันทีนี่แหละครับ ตอนเปิดครั้งแรกค่าฝุ่นในห้องผมก็ปาไป 70-80 กว่าๆ พอเปิดเครื่องทิ้งไว้สักพัก (ประมาณ 10-15 นาที) ค่ามันก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ จนถึงระดับที่ปลอดภัยคือไม่เกิน 20-30 ผมว่ามันทำงานได้รวดเร็วพอตัวเลยนะ
เรื่องเสียงนี่ก็เป็นอีกอย่างที่หลายคนกังวลกันใช่ไหมครับ? สำหรับ Gmax AP-901 ตัวนี้ ตอนที่มันทำงานในโหมดปกติหรือโหมด Auto ที่ค่าฝุ่นไม่สูงมาก เสียงจะเบามากๆครับ แทบไม่ได้ยินเลย นั่งทำงานข้างๆ ก็ไม่มีปัญหากวนใจ ส่วนตัวแล้วผมชอบที่มันมีโหมด Sleep ด้วยนะ พอกดปุ๊บ หน้าจอจะดับไปเลยแล้วพัดลมก็จะทำงานเบาที่สุด ทำให้กลางคืนนอนหลับได้สบายไร้เสียงรบกวน แต่ถ้าช่วงไหนค่าฝุ่นมันเยอะมากๆ แล้วเครื่องต้องเร่งทำงานเต็มที่เนี่ย เสียงก็จะดังขึ้นมาพอสมควรเลยแหละครับ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ ไม่ได้ดังจนน่ารำคาญเหมือนเครื่องดูดฝุ่น
เรื่องไส้กรอง HEPA H12 กับการบำรุงรักษา
เครื่องฟอกอากาศเนี่ย ไส้กรองนี่แหละคือหัวใจสำคัญ Gmax ตัวนี้เขาใช้ไส้กรอง HEPA H12 ซึ่งประสิทธิภาพการกรองฝุ่นละเอียด PM2.5 พวกไรฝุ่น หรือเกสรดอกไม้ นี่หายห่วงเลยครับ ผมสังเกตว่าอาการคัดจมูกตอนตื่นนอนมันลดลงไปเยอะมากเลย แสดงว่ามันช่วยได้จริง ส่วนเรื่องอายุการใช้งานของไส้กรองเนี่ย ปกติแล้วไส้กรอง HEPA H12 ทั่วไปก็อยู่ที่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการใช้งานหนักแค่ไหนนะครับ ตัวนี้ก็คงประมาณนั้นแหละ ซึ่งราคาไส้กรองทดแทนของ Gmax ก็ไม่ได้แพงจนเกินไป พอรับได้ครับ
ข้อสังเกตและสิ่งที่อยากให้มีเพิ่ม
แม้จะประทับใจหลายอย่าง แต่ก็มีบางจุดที่ผมคิดว่าเป็นข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆนะครับ อย่างแรกเลยคือตัวเครื่องไม่มีแอปพลิเคชันให้เชื่อมต่อเพื่อสั่งงานผ่านมือถือ ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร แต่สำหรับผมที่ชอบความสะดวกสบาย ชอบกดจากมือถือหน่อยก็อาจจะแอบเสียดายนิดๆ คือต้องไปกดที่ปุ่มบนเครื่องหรือใช้รีโมทเท่านั้นเอง และอีกเรื่องคือถ้าเจอช่วงฝุ่นเยอะๆ จริงๆ การทำความสะอาดห้องควบคู่กับการใช้เครื่องฟอกอากาศยังไงก็ยังสำคัญนะครับ ไม่ใช่ว่ามีเครื่องฟอกแล้วจะปล่อยปละละเลยได้เลย อันนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของเครื่องฟอกอากาศด้วย
เอาเข้าจริงแล้ว Gmax AP-901 ก็ถือว่าตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศที่ใช้งานง่าย มีหน้าจอ PM2.5 ให้เห็นจะๆ และประสิทธิภาพการกรองก็ไว้ใจได้ในราคาที่จับต้องได้สบายๆครับ










