รีวิว Philips Water ADD6910: เครื่องกรองน้ำ RO ไม่ต้องติดตั้ง ปรับอุณหภูมิ 5 ระดับ คุ้มไหม?
ถ้าบอกว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เบื่อสุดๆ กับการต้องคอยต้มน้ำใส่กระติก หรือซื้อน้ำถังใหญ่ๆ มาแบกขึ้นบ้านทุกอาทิตย์ คงมีหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยแน่ๆครับ
เบื่อมั้ยกับการต้มน้ำ หรือซื้อน้ำถังเข้าบ้าน? ผมก็เหมือนกัน!
ช่วงเวลาหลังเลิกงานที่อยากจะชงกาแฟร้อนๆ สักแก้ว หรือลูกๆ กลับมาจากโรงเรียนแล้วอยากได้น้ำอุณหภูมิห้องมาดื่ม มันควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช่มั้ยครับ? แต่เอาเข้าจริงมันกลับไม่ใช่ ผมต้องคอยเช็กว่ามีน้ำต้มไว้มั้ย หรือน้ำในตู้เย็นเย็นเกินไปรึเปล่า บางทีก็ต้องเสียเวลาต้มใหม่ รอให้เย็นบ้างล่ะ วุ่นวายใช่เล่นเลย
ปัญหาเก่าๆ ที่ใครๆ ก็เจอ
สำหรับมนุษย์พ่อบ้านอย่างผมนะ นอกจากเรื่องน้ำแล้ว การต้องมาคอยติดตั้งเครื่องกรองน้ำแบบยุ่งยาก เจาะผนัง เดินท่อ ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่อยากจะเจอเลย มันดูวุ่นวายไปหมด ทั้งเรื่องความสะอาดและก็ต้องดูแลจัดการเยอะแยะไปหมด
Philips ADD6910: สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่
วันก่อนผมไปเดินดูเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วดันไปสะดุดตากับเจ้านี่เข้า Philips Water ADD6910 เครื่องกรองน้ำดื่มแบบตั้งโต๊ะ ที่เขาเคลมว่าไม่ต้องติดตั้งอะไรให้วุ่นวาย แค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย แถมกรองได้ถึง 5 ชั้น ระบบ RO ด้วยนะ พอได้ลองศึกษาข้อมูลดู บอกเลยว่ามันน่าสนใจมากสำหรับคนอย่างผม
ความง่ายที่ได้มาพร้อมกับความปลอดภัย
นี่แหละคือจุดที่ผมว่ามันโดนใจที่สุดสำหรับเครื่องกรองน้ำตัวนี้ ไม่ต้องหงุดหงิดกับการหาช่างมาติดตั้ง หรือต้องคอยดูว่าท่อประปาจะต่อได้ไหม แค่เติมน้ำใส่แทงค์ด้านหลัง เสียบปลั๊ก ก็ใช้งานได้ทันทีครับ
ฟังก์ชันที่ผมว่ามันแจ๋วจริง และเหมาะกับคนอย่างเราๆ
แน่นอนว่าเรื่องความง่ายมันดีอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ผมตัดสินใจลองเอามาใช้ก็คือฟังก์ชันอื่นๆ ที่เขาให้มาแบบครบครันจริงๆ
เรื่องน้ำร้อนน้ำเย็น มันสะดวกกว่าที่คิดเยอะ
เจ้านี่มันปรับอุณหภูมิได้ถึง 5 ระดับเลยนะ ตั้งแต่อุณหภูมิห้อง, 45, 55, 85 ไปจนถึง 95 องศาเซลเซียสเลยครับ อยากชงนมให้ลูกตอนดึกๆ ก็ตั้ง 45 องศาได้เป๊ะๆ หรือจะชงชาเขียว ชงกาแฟ ก็มีน้ำร้อน 85 หรือ 95 องศาให้เลือกใช้เลย ไม่ต้องรอน้ำเดือดให้เสียเวลาอีกต่อไป ส่วนตัวผมชอบ 95 องศาไว้ชงกาแฟมากๆ มันได้อุณหภูมิที่พอดีเป๊ะ ทำให้รสชาติกาแฟออกมาดีสุดๆ ยิ่งกว่านั้นยังกดน้ำร้อนได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ถือว่าเร็วกว่าการต้มน้ำแบบเดิมเยอะเลยครับ
กรองน้ำระดับ RO นี่ไว้ใจได้เลย
อีกเรื่องที่สำคัญสุดๆ ก็คือคุณภาพน้ำที่ได้มาครับ Philips ADD6910 ใช้ระบบกรอง RO (Reverse Osmosis) 5 ขั้นตอนเลยนะ ตั้งแต่ PP, Carbon Block, RO Membrane, Post Carbon แล้วปิดท้ายด้วย UV-C Lamp เพื่อฆ่าเชื้อโรคอีกที ซึ่งไส้กรอง RO เนี่ยขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอยู่แล้ว มันสามารถกรองสิ่งปนเปื้อนเล็กๆ ได้สบายๆ พวกโลหะหนัก แบคทีเรีย ไวรัส หรือแม้แต่สารเคมีที่ปนมากับน้ำประปาก็เอาอยู่หมด พอได้ดื่มน้ำที่ใสสะอาดและมั่นใจได้แบบนี้แล้ว ผมว่ามันคุ้มค่ากับสุขภาพของคนในบ้านมากๆ เลยครับ
ข้อสังเกตที่ต้องดูก่อนตัดสินใจ
ถึงแม้ว่าเจ้า Philips ADD6910 จะมีข้อดีเยอะแยะไปหมด แต่ก็มีบางจุดที่เราควรพิจารณาก่อนจะตัดสินใจควักกระเป๋าเหมือนกันนะ
เรื่องขนาดและราคาไส้กรอง
ตัวเครื่องอาจจะไม่ได้เล็กจิ๋วเท่ากาต้มน้ำ แต่ก็ถือว่ากระทัดรัดพอสมควรสำหรับวางบนเคาน์เตอร์ครัวหรือโต๊ะทำงานครับ ขนาดแทงค์น้ำสะอาด 3 ลิตร และแทงค์น้ำดิบ 6 ลิตร ก็พอใช้ได้อยู่ แต่สำหรับครอบครัวใหญ่ๆ ที่ดื่มน้ำเยอะๆ อาจจะต้องเติมน้ำบ่อยหน่อย ส่วนเรื่องไส้กรองเนี่ย ถึงแม้จะกรองได้ดีเยี่ยม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาไส้กรองที่ต้องเปลี่ยนตามกำหนด ซึ่งก็เป็นต้นทุนระยะยาวที่ต้องคิดถึงครับ เท่าที่ผมหาข้อมูลมา ไส้กรองชุดแรกอาจจะใช้งานได้ประมาณ 12 เดือน ส่วนไส้กรอง RO ก็จะนานกว่าหน่อยประมาณ 24 เดือน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบ้านด้วยนะครับ
สรุปแล้ว Philips ADD6910 เหมาะกับใคร?
ผมว่าเจ้าเครื่องกรองน้ำ Philips ADD6910 เนี่ย มันเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการติดตั้ง อยากได้น้ำสะอาดและน้ำอุณหภูมิที่หลากหลายในเครื่องเดียว หรือคนที่เช่าคอนโด อพาร์ตเมนต์ ที่ไม่อยากเจาะผนัง หรือมีข้อจำกัดเรื่องการดัดแปลงห้อง ตัวนี้ตอบโจทย์สุดๆ เพราะมันย้ายที่ได้ง่าย แค่มีปลั๊กไฟก็จบ
เอาเป็นว่า ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำที่ไม่ต้องติดตั้ง ฟังก์ชันครบ สะดวกสบาย และให้น้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัย มั่นใจได้จริงๆ ผมว่า Philips ADD6910 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยครับ ไปลองดูที่ร้านแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงชอบมันขนาดนี้!










