รีวิว COSMO MICRO ROASTER DELTA เครื่องคั่วกาแฟไฟฟ้าสำหรับคอกาแฟที่บ้าน
ช่วงหลังๆ มานี้ ผมรู้สึกว่าการได้ดื่มกาแฟดีๆ สักแก้วตอนเช้า มันช่วยชาร์จพลังให้วันนั้นได้ดีเหลือเกิน เริ่มจากซื้อเมล็ดคั่วมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็ไปเจอเมล็ดกาแฟดิบเข้า ทีนี้ความคันมือมันก็เริ่มกำเริบ อยากลองคั่วเองดูบ้าง มันคงจะฟินกว่าเดิมแน่ๆ แต่ไอ้ครั้นจะไปใช้กระทะคั่วแบบโบราณ มันก็ดูไม่เป็นมืออาชีพ แถมควันโขมงไปทั้งบ้าน คุณภรรยาคงไม่ปลื้มแน่ๆ ผมเลยเริ่มมองหาเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟแบบจริงจัง
จุดเริ่มต้นกับการตามหาเครื่องคั่วคู่ใจ
บอกตรงๆ ว่าช่วงแรกผมก็ดูไปหลายรุ่น ทั้งแบบลมร้อน แบบดรัมโรสเตอร์ขนาดเล็ก ราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่น ก็มีทั้งแบบที่ต้องยืนเฝ้าตลอด แบบกึ่งออโต้ หรือบางรุ่นก็เล็กจิ๋วเกินไป คั่วได้ไม่กี่กรัมก็หมดแล้ว พอลองมานึกดู ผมอยากได้อะไรที่มันใช้งานง่ายหน่อย ไม่ต้องมานั่งจับอุณหภูมิตลอดเวลา ไม่ได้อยากเป็นบาริสต้ามืออาชีพขนาดนั้น แค่อยากได้กาแฟที่คั่วเองสดๆ ใหม่ๆ กินที่บ้านได้แบบสบายๆ และที่สำคัญคือต้องไม่กินพื้นที่โต๊ะในครัวเยอะ เพราะพื้นที่เรามีจำกัด
COSMO DELTA: ของมันต้องมี หรือแค่กิมมิค?
แล้วก็มาเจอเจ้า COSMO MICRO ROASTER รุ่น DELTA ตัวนี้ ตอนแรกสะดุดตาตรงดีไซน์ที่ดูเรียบๆ มินิมอล วางตรงไหนก็ดูเข้าท่า ไม่ได้ดูเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่จนเกินไป แต่ที่ทำให้ผมตัดสินใจลองซื้อเลยคือมันมีโหมดอัตโนมัติมาให้ด้วยนี่แหละ เอาเข้าจริง ผมก็ไม่ได้มีเวลามานั่งเฝ้าตลอดหรอก การที่มันมีโปรไฟล์การคั่วมาให้เลือกหลายระดับ ทั้งคั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม นี่มันตอบโจทย์คนอย่างผมที่อยากได้ความสะดวกสบายเป็นหลักเลยนะ แถมยังปรับเป็น Manual Mode เพื่อควบคุมอุณหภูมิกับเวลาได้ละเอียดขึ้นอีก ถ้าวันไหนเกิดอยากลองปรับนู่นปรับนี่เล่นๆ ก็ทำได้
พอแกะกล่องออกมา งานประกอบเขาถือว่าดีทีเดียว ดูแข็งแรงทนทาน ขนาดกำลังพอเหมาะกับเคาน์เตอร์ครัว ไม่เล็กจนดูเป็นของเล่น แล้วก็ไม่ใหญ่เทอะทะเหมือนเครื่องคั่วร้านกาแฟ จุดเด่นอีกอย่างที่ผมชอบคือถังคั่วเป็นแบบแก้วทนความร้อน ทำให้เรามองเห็นสีของเมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนไปได้ตลอดกระบวนการคั่ว นี่มันคือความฟินอย่างหนึ่งเลยนะที่ได้เห็นเมล็ดกาแฟสีเขียวๆ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง แล้วไปจนถึงสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ
ลองคั่วจริง: หอมฟุ้งจนเพื่อนบ้านเหลียวหลัง
ถึงเวลาลองของจริง ผมเอาเมล็ดเอธิโอเปียเกรดดีมาลองคั่ว ผมเลือกโหมดคั่วกลาง (Medium Roast) ตามคำแนะนำของคู่มือ ใส่เมล็ดกาแฟดิบลงไป ประมาณ 80-100 กรัมกำลังดีนะสำหรับเครื่องตัวนี้ แล้วก็กดปุ่มเริ่มทำงาน สิ่งแรกที่รู้สึกคือเครื่องมันทำงานเงียบกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ไม่ได้มีเสียงดังจนน่ารำคาญ แค่มีเสียงพัดลมกับเสียงเมล็ดกาแฟพลิกไปมาเบาๆ เท่านั้น
ความประทับใจระหว่างคั่ว
ไม่นานกลิ่นหอมของกาแฟก็เริ่มโชยออกมา ยิ่งเข้าสู่ช่วง First Crack (เมล็ดกาแฟเริ่มแตกเสียงเปรี๊ยะๆ เหมือนข้าวคั่ว) กลิ่นยิ่งอบอวลไปทั่วบ้าน มันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการซื้อกาแฟคั่วสำเร็จรูปจริงๆนะครับ เพราะกลิ่นมันจะหอมสดใหม่และมีมิติมากกว่า ส่วนเรื่องควันเนี่ย มันก็มีบ้างตามธรรมชาติของการคั่ว แต่ด้วยพัดลมดูดอากาศที่เขาใส่มาให้ ทำให้ควันไม่ได้เยอะจนน่าตกใจอะไร แค่เปิดหน้าต่างระบายอากาศเล็กน้อยก็เอาอยู่สบายๆ แล้ว พอเครื่องทำงานครบตามโปรแกรม มันก็เข้าสู่โหมด Cooling อัตโนมัติ นี่เป็นอีกจุดที่ผมว่ามันสะดวกมากๆ เพราะช่วยลดอุณหภูมิเมล็ดกาแฟลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เมล็ดหยุดคั่วที่ระดับที่เราต้องการ แล้วไม่สุกเกินไป (Over-roast) และยังช่วยรักษาอโรมาของกาแฟเอาไว้ได้ดีเยี่ยม
จุดที่ต้องปรับตัวนิดหน่อย
เอาตรงๆ คือผมว่าความจุเมล็ดกาแฟดิบต่อครั้งประมาณ 80-100 กรัมเนี่ย มันอาจจะดูไม่เยอะมากสำหรับคนที่ดื่มกาแฟหนักๆ หรืออยากคั่วทีเดียวเก็บไว้เป็นอาทิตย์ ก็อาจจะต้องคั่วหลายรอบหน่อย แต่สำหรับผมที่ดื่มวันละแก้วสองแก้ว ก็ถือว่ากำลังดี คั่วทีนึงกินได้ประมาณ 3-4 วัน ก็ได้กาแฟสดใหม่ตลอดเวลา ผมมองว่ามันเป็นข้อดีมากกว่านะ เพราะกาแฟคั่วใหม่ๆ นี่แหละที่หอมและอร่อยที่สุด เรื่องการทำความสะอาดก็ง่ายครับ แค่เอาถังคั่วออกมาปัดกากเมล็ดกาแฟที่ติดอยู่แล้วก็เช็ดทำความสะอาดได้เลย
ใครกันที่เหมาะกับเจ้าตัวนี้
ถ้าคุณเป็นเหมือนผมที่หลงใหลในกลิ่นกาแฟ อยากจะลองก้าวเข้าสู่โลกของการคั่วกาแฟเองที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้อยากลงรายละเอียดลึกซึ้งถึงขั้นเป็นโปร อยากได้ความสะดวกสบาย มีโหมดออโต้คอยช่วยจัดการให้ COSMO DELTA ตัวนี้ตอบโจทย์คุณได้ดีเลยครับ มันเป็นเครื่องคั่วที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ผลลัพธ์ที่ได้ก็สม่ำเสมอ กลิ่นหอมสดชื่นของกาแฟคั่วใหม่ๆ นี่มันทำให้ตอนเช้าของเราดีขึ้นได้จริงๆ นะ
สำหรับคนที่มองหาเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟระบบไฟฟ้าที่ได้ทั้งความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย ให้ผลลัพธ์ที่ดี และดีไซน์ก็สวยงามวางตรงไหนก็ดูดี ผมแนะนำ COSMO MICRO ROASTER DELTA ตัวนี้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน










