รีวิว Yaber T2 Plus GTV: โปรเจคเตอร์พกพา Google TV แบตในตัว 1080P แจ่มจริงไหม?
ช่วงหลังมานี้ผมรู้สึกว่าตัวเองติดการดูหนัง ดูซีรีส์จอใหญ่ๆ มากเลยครับ แต่ปัญหาคือบางทีอยากจะไปเปลี่ยนบรรยากาศดูในห้องนอนบ้าง ดูตรงโซฟาบ้าง หรือบางทีไปแคมป์ปิ้งกับเพื่อนๆ ก็อยากได้จอใหญ่ๆ ไว้เปิดดูหนังรอบกองไฟ ทีวีเครื่องใหญ่ๆ ก็ยกไม่ไหว แถมปลั๊กไฟก็ต้องหาตลอด พอเห็นโปรเจคเตอร์พกพาหลายๆ แบรนด์เริ่มทำรุ่นใหม่ๆ ออกมาก็สนใจมาก โดยเฉพาะเจ้า Yaber T2 Plus GTV ตัวนี้ ที่บอกว่ามี Google TV ในตัว แบตก็มีพร้อม ผมก็เลยลองสอยมาลองดูว่ามันจะตอบโจทย์คนอยากพกพาความบันเทิงแบบผมได้จริงแค่ไหน
อยากดูหนังจอใหญ่แต่ขี้เกียจขนทีวี? ตัวนี้แหละตัวช่วย
บอกตรงๆ ว่าผมเป็นพวกขี้เกียจต่ออะไรเยอะแยะครับ พอยิ่งเห็นโปรเจคเตอร์หลายๆ รุ่นต้องพกกล่อง Android Box เพิ่ม หรือต้องต่อมือถืออยู่ตลอดเวลา มันก็รู้สึกยุ่งยากไปหมด แต่ Yaber T2 Plus GTV คือมาแบบจบในตัวเลย มันมี Google TV ฝังมาให้เรียบร้อย เราแค่เปิดเครื่องเชื่อม Wi-Fi ก็ดู Netflix, YouTube, Disney+ หรือแอปอื่นๆ ได้เลยทันที ฟีลลิ่งเหมือนเรามีทีวีอัจฉริยะแบบพกพาได้ยังไงอย่างงั้นเลยครับ
ความสะดวกสบายที่โคตรดีสำหรับคนขี้เกียจอย่างผม
อย่างที่เล่าไปครับ ความสะดวกสบายมันกินขาดจริงๆ ปกติผมจะต้องเสียบ Chromecast หรือกล่องทีวีเพิ่ม เสียบสาย HDMI โน่นนี่นั่น แต่นี่แค่เปิดเครื่องเชื่อม Wi-Fi รอบแรกแค่นั้น รอบต่อไปก็พร้อมใช้งานทันที แถมรีโมทก็เป็นแบบ Voice Control ด้วยนะ อยากดูอะไรก็พูดเอาได้เลย สบายสุดๆ แล้วครับ
คุณภาพของภาพและเสียง (สำหรับโปรเจคเตอร์พกพาอะนะ)
เรื่องภาพ ผมว่า Yaber T2 Plus GTV ทำได้ดีเกินคาดสำหรับโปรเจคเตอร์พกพาในเรทราคานี้เลยนะ เขาให้ความละเอียดแบบ Full HD 1080P มาเลยครับ ซึ่งทำให้ภาพที่ได้คมชัด รายละเอียดต่างๆ ถือว่าใช้ได้เลยครับ ไม่ได้แตกเป็นเม็ดๆ เหมือนโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าๆ ที่เคยเห็นมา แต่แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นโปรเจคเตอร์พกพา ความสว่างของภาพมันก็คงไม่ได้เท่าโปรเจคเตอร์ระดับโรงหนังอยู่แล้วนะครับ ผมลองเอาไปฉายในห้องที่มืดสนิท หรือมืดเกือบสนิทนี่คือแจ่มเลยนะ สีสันก็ออกมาสดใสใช้ได้ แต่ถ้าห้องสว่างหน่อยก็อาจจะต้องทำใจนิดนึงครับ ภาพจะจางลงไปเยอะพอสมควรเลย
เสียงที่มากับเครื่องก็ใช้ได้เลยนะ
ลำโพงในตัวเนี่ย ผมถือว่าโอเคเลยสำหรับสถานการณ์ที่อยากดูหนังแบบไม่ได้จริงจังอะไรมาก หรือดูนอกสถานที่ เสียงดังพอได้ยินชัดเจน รายละเอียดเสียงก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ถ้าใครอยากได้อารมณ์แบบโฮมเธียเตอร์จริงๆ จังๆ ผมแนะนำให้ต่อ Bluetooth ออกลำโพงนอก หรือ Soundbar เพิ่มจะฟินกว่าเยอะเลยครับ ตัวเครื่องมันรองรับ Bluetooth อยู่แล้ว ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย
จุดที่ผมชอบมากๆ กับข้อสังเกตนิดหน่อย
ที่ผมปลื้มสุดๆ อีกอย่างคือแบตเตอรี่ในตัวนี่แหละครับ มันทำให้ผมพกเจ้า Yaber T2 Plus GTV ไปไหนมาไหนได้สบาย ไม่ต้องคอยหาสายไฟตลอดเวลา บางทีนั่งเล่นในสวนบ้านตัวเอง อยากเปิด YouTube ดูเพลินๆ ก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องลากปลั๊กให้วุ่นวาย ส่วนเรื่องการปรับภาพต่างๆ เขาก็มี Auto Focus กับ Auto Keystone Correction มาให้ด้วย คือวางตรงไหนก็ปรับภาพให้เราได้เลยอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งหมุนมือเองให้ปวดหัว อันนี้โคตรสะดวกครับ
ข้อสังเกตที่อยากให้รู้ไว้ก่อนตัดสินใจ
เอาเข้าจริงก็มีข้อที่อยากให้ลองพิจารณาก่อนจะสอยมาใช้เหมือนกันครับ อย่างแรกเลยคือเรื่องความสว่างของภาพนี่แหละครับ ถึงแม้จะชัด 1080P แต่ถ้าเจอห้องสว่างมากๆ ก็หมดสนุกได้ง่ายๆ เลย ดังนั้นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดคือห้องที่มืดสนิท หรือมีแสงน้อยจริงๆครับ อย่างที่สองคือเรื่องแบตเตอรี่ ถึงแม้จะมีมาให้แต่ก็ไม่ได้ใช้งานได้นานขนาดนั้นครับ ถ้าจะดูหนังยาวๆ เป็นเรื่องๆ ก็อาจจะต้องเสียบปลั๊กไปด้วยเพื่อความชัวร์ ส่วนเรื่องของพัดลมระบายความร้อน ผมได้ยินเสียงบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้ดังจนรบกวนการรับชมอะไร อาจจะมีช่วงเปิดเครื่องแรกๆ ที่ได้ยินชัดหน่อย แต่พอเครื่องทำงานไปสักพักก็เบาลงครับ
สรุปแล้ว Yaber T2 Plus GTV เหมาะกับใคร
จากที่ผมลองใช้มาสักพัก ผมฟันธงเลยว่าเจ้า Yaber T2 Plus GTV ตัวนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์พกพาที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก อยากได้อะไรที่จบในตัว ไม่ต้องต่ออะไรเพิ่มให้วุ่นวาย อยากได้จอใหญ่ๆ ไว้ดูหนังฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะพกไปแคมป์ปิ้ง ไปบ้านเพื่อน หรือแค่อยากเปลี่ยนมุมดูหนังในบ้าน ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายจริงจังเรื่องคุณภาพของภาพแบบต้องเป๊ะ ต้องสว่างจัดๆ แบบโรงหนัง อันนี้อาจจะต้องมองหาโปรเจคเตอร์ไซส์ใหญ่กว่านี้ หรือลงทุนกับรุ่นที่ราคาสูงขึ้นไปอีกครับ แต่สำหรับคนทั่วไปที่อยากได้ความบันเทิงแบบพกพา Yaber T2 Plus GTV ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าตัวมากๆ เลยครับ










