รีวิว Hatari Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ 20-32 ตรม คุ้มไหม น่าใช้แค่ไหน
ช่วงหลายปีมานี้อากาศบ้านเรามันแย่ลงทุกวันจริงไหมครับ? คือผมเองเป็นคนนึงที่อยู่ในกรุงเทพฯ สูดอากาศแต่ละทีก็รู้สึกได้เลยว่ามีฝุ่น ยิ่งช่วงปลายปีต้นปีนี่ไม่ต้องพูดถึง ฝุ่น PM2.5 มาเยือนกันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว พอเริ่มมีอาการคัดจมูกบ่อยๆ ตื่นมาก็เจ็บคอทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัดนะ ผมเลยเริ่มจริงจังกับการหาเครื่องฟอกอากาศมาไว้ที่บ้าน
ทำไมต้อง Hatari? ตอนแรกก็ลังเลอยู่เหมือนกัน
บอกตรงๆ นะ ตอนแรกที่มองหาเครื่องฟอกอากาศ ผมก็ดูพวกแบรนด์ดังๆ ที่เขาว่ากันว่าดีไปทั่วแหละ แต่พอเห็นราคาแต่ละรุ่นแล้วก็ต้องเบรกเอี๊ยดเลยครับ คือมันแพงจนคิดหนักจริงๆ ด้วยความที่ Hatari เป็นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีเรื่องพัดลม พอเห็นว่าเขามีเครื่องฟอกอากาศด้วย แถมราคายังจับต้องได้ ผมเลยลองศึกษาข้อมูลดู มันก็เลยมาลงเอยที่ Hatari Air Purifier รุ่นที่เหมาะกับห้องขนาด 20-32 ตารางเมตรนี่แหละครับ
หน้าตาเป็นยังไง ใช้งานง่ายแค่ไหน
พอแกะกล่องออกมา สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือดีไซน์มันเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก สีขาวสะอาดตา ดูมินิมอลดีครับ วางตรงไหนในห้องก็ดูไม่ขัดตา การใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อน ปุ่มกดต่างๆ ชัดเจน มีโหมด Auto ที่ตัวเครื่องจะปรับการทำงานเองตามสภาพฝุ่นในห้อง ซึ่งอันนี้แหละที่ผมชอบมาก เพราะไม่ต้องมานั่งกดเองบ่อยๆ แค่เสียบปลั๊กแล้วปล่อยให้มันทำงานไปเลย สบายใจดี
ฟอกอากาศได้จริงหรือเปล่า วัดผลยังไง
เรื่องประสิทธิภาพนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการมีเครื่องฟอกอากาศใช่ไหมครับ สำหรับ Hatari ตัวนี้ เขามาพร้อมไส้กรอง 3 ชั้นนะ คือกรองหยาบ กรอง HEPA แล้วก็ Activated Carbon ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปใช้กัน ผมเองก็ลองสังเกตจากไฟแสดงสถานะฝุ่น PM2.5 ที่หน้าจอแหละ คือถ้าอากาศในห้องแย่ ไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม พอเครื่องทำงานไปเรื่อยๆ ไฟก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม แล้วก็เขียวในที่สุด นั่นแปลว่าอากาศดีขึ้นแล้วครับ
แล้วเสียงมันดังแค่ไหน?
อันนี้เป็นอีกจุดที่หลายคนกังวล ผมเองก็เหมือนกันครับ ตอนเปิดเครื่องแบบแรงสุดเสียงพัดลมก็มีอยู่บ้างนะ แต่ไม่ได้ดังจนน่ารำคาญ พอตั้งเป็นโหมด Auto หรือโหมดนอนหลับ (Sleep Mode) เสียงก็จะเบาลงไปเยอะเลยครับ แทบไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่เอาหูไปแนบเครื่องนะ คือกลางคืนผมก็เปิดทิ้งไว้ตลอด ไม่ได้รบกวนการนอนเลย ถือว่าสอบผ่านในเรื่องนี้เลย
ไส้กรองต้องเปลี่ยนบ่อยไหม หาซื้อง่ายหรือเปล่า
ไส้กรองนี่เป็นค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเจอแน่ๆครับ สำหรับ Hatari ตัวนี้ เขาแนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพอากาศในบ้านด้วยนะ ของผมใช้งานค่อนข้างหนัก เปิดแทบทั้งวันก็อาจจะต้องเปลี่ยนเร็วหน่อย เรื่องการหาซื้อก็ไม่ต้องห่วงครับ มีขายทั่วไปตามออนไลน์สโตร์ของ Hatari หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หาไม่ยากเลย
ข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากให้ Hatari พัฒนา
ถึงแม้จะชอบนะ แต่ก็มีบางจุดที่ผมคิดว่าถ้าปรับปรุงได้ก็จะยอดเยี่ยมเลยครับ อย่างแรกคือเรื่องของการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi) หรือแอปพลิเคชันมือถือ รุ่นนี้ยังไม่มี ซึ่งบางคนอาจจะชอบความสะดวกที่สั่งงานผ่านมือถือได้ทุกที่ อันนี้ก็ต้องทำใจนิดนึง อีกอย่างคือถ้ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับกลิ่นหรือสารระเหยอื่นๆ นอกเหนือจาก PM2.5 ได้ด้วยก็จะดีมากเลย เพราะบางทีฝุ่นอาจจะไม่เยอะ แต่มีกลิ่นอาหารหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่นๆ เข้ามา ตัวเครื่องอาจจะยังไม่ตอบสนองเท่าที่ควร แต่ก็นะ ด้วยราคาที่จ่ายไป ถือว่าเขาก็ให้มาครบถ้วนตามความจำเป็นแล้ว
สรุปคือสำหรับผมนะ Hatari Air Purifier รุ่นนี้ตอบโจทย์คนงบประมาณจำกัดที่อยากได้เครื่องฟอกอากาศไว้ใช้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงานขนาดกลางๆ ได้ดีมากๆครับ มันอาจจะไม่ได้มีลูกเล่นแพรวพราวเหมือนรุ่นแพงๆ แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการกรองฝุ่น PM2.5 การทำงานที่เงียบ และราคาที่สมเหตุสมผลเนี่ย ผมว่า Hatari ทำได้เยี่ยมเลย ใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักตัวที่เน้นความคุ้มค่า ไม่ต้องมีฟังก์ชันเยอะแยะมากมาย ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน










