รีวิว eufy by Anker E28 Omni: หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น สถานี All-in-One ชีวิตดี๊ดีไม่ต้องเหนื่อย
โอ๊ยยยย…เหนื่อยกับงานบ้านจริงๆ ค่ะทุกคน! เราเป็นคนนึงที่ตื่นเช้ามาก็วุ่นกับงานตัวเอง พอเลิกงานกลับมาบ้านก็อยากจะพัก อยากจะนอนดูซีรีส์สบายๆ แต่ปัญหานึงที่กวนใจมาตลอดก็คือเรื่องฝุ่น เรื่องขนหมาขนแมวเนี่ยแหละค่ะ แถมบ้านเราก็เป็นพื้นกระเบื้อง พอลองไม่ถูสักวันนะ เท้าเหยียบไปนี่รู้เลยว่ามันสกปรก พอมาถึงจุดที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอเครื่องทุ่นแรงเถอะ ก็เลยเริ่มมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มันจบครบในตัวเดียว จนมาเจอกับ eufy by Anker E28 Omni นี่แหละค่ะ ขอบอกเลยว่าชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆ
ชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อมี Omni อยู่ในบ้าน
เมื่อก่อนนะ ถ้าให้พูดถึงการทำความสะอาดพื้น เราก็ต้องกวาดก่อนรอบนึง แล้วค่อยหยิบไม้ถูพื้นมาถูอีกรอบ บางทีก็ต้องซักผ้าถูบ่อยๆ เพราะพื้นบ้านมีพื้นที่เยอะ เหนื่อยแบบขั้นสุดเลยค่ะ แต่พอมี eufy Omni เข้ามาอยู่ในบ้านเนี่ย ชีวิตดีขึ้นแบบ 300% เลยนะ เราแค่กดปุ่ม หรือสั่งผ่านแอปฯ น้องก็จะเริ่มทำงานของเค้าเอง ดูดฝุ่นได้สะอาดกริ๊บ แถมถูพื้นไปพร้อมๆ กันเลย และที่สำคัญคือเราไม่ต้องมาคอยดูแลเค้าจุกจิกอะไรเลยแทบจะตลอดสัปดาห์
ลองนึกภาพดูสิคะ ตื่นเช้ามาบ้านก็สะอาดเอี่ยมแล้ว หรือกลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ ก็แค่กดปุ่มแล้วไปอาบน้ำ พอน้องทำเสร็จ บ้านก็พร้อมสำหรับพักผ่อนแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากๆ เลยนะ ไม่ต้องมานั่งคิดว่าวันนี้จะต้องทำความสะอาดบ้านมั้ย วันนี้ฝุ่นเยอะไปรึเปล่า คือน้องจัดการให้หมดจนเราลืมเรื่องพวกนี้ไปเลยจริงๆ
จุดเด่นที่ทำให้หลงรัก ไม่ใช่แค่ดูดกับถูนะ!
เอาเข้าจริง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเดี๋ยวนี้ก็มีเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ แต่ที่เราตัดสินใจเลือก eufy Omni เนี่ย เพราะเค้ามีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่หุ่นยนต์หลายๆ ตัวยังทำไม่ได้แบบครบวงจรขนาดนี้ค่ะ
ระบบสถานี All-in-One ที่แท้ทรู
นี่แหละค่ะคือไฮไลต์ที่ทำให้เราประทับใจสุดๆ คือสถานีของเค้าไม่ได้แค่ดูดฝุ่นออกจากตัวหุ่นไปทิ้งในถังขยะของสถานีเท่านั้นนะ (ซึ่งอันนี้หุ่นยนต์ตัวท็อปหลายๆ รุ่นก็มี) แต่ Omni เนี่ย เค้าสามารถ ล้างผ้าถูพื้นอัตโนมัติ ได้ด้วยค่ะ คิดดูสิ พอผ้าถูเปื้อน เค้าก็จะวิ่งกลับแท่นมาล้างผ้าเอง พอทำความสะอาดเสร็จ เค้ายัง เป่าแห้งผ้าถูพื้นให้ด้วยลมร้อน อีกต่างหาก! ทำให้ไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีเชื้อราสะสม ที่สำคัญคือ เติมน้ำสะอาดเข้าแท็งก์ของหุ่นยนต์เอง ได้อีกต่างหาก! คือเราแค่เติมน้ำสะอาดในแท็งก์ใหญ่ แล้วเทน้ำเสียทิ้งเป็นครั้งคราว แค่นั้นเลยค่ะ คือไม่ต้องมานั่งซักผ้าเอง ไม่ต้องมาตากผ้าถู ไม่ต้องคอยเติมน้ำในหุ่นยนต์บ่อยๆ มันสะดวกจนน่าตกใจเลยนะ
ฉลาดจนต้องยอม! เรื่องการนำทางและการเก็บกวาด
สำหรับเรื่องความฉลาดในการทำงาน เราให้คะแนนเต็มเลยค่ะ ด้วยระบบนำทางแบบ Lidar เค้าสามารถสร้างแผนที่บ้านเราได้อย่างแม่นยำมากๆ แถมยังจำแผนที่ได้หลายชั้นด้วยนะ เราใช้ทำความสะอาดทั้งชั้นบนชั้นล่างได้สบายๆ เลย แล้วยังตั้ง No-Go Zone ได้ด้วยนะ พื้นที่ไหนที่เราไม่อยากให้เค้าเข้าไป เช่น ห้องเก็บของ หรือตรงที่มีสายไฟเยอะๆ ก็แค่ตั้งโซนในแอปฯ เค้าก็ไม่เข้าไปเลยค่ะ ส่วนเรื่องพลังดูดก็ไม่ต้องพูดถึง ดูดได้เกลี้ยงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผงเล็กๆ ไปจนถึงขนสัตว์นี่หายวับไปกับตาเลยค่ะ
ลองใช้จริงแล้วเป็นไงบ้าง ข้อสังเกตที่อยากบอก
ตลอดระยะเวลาที่เราใช้ eufy Omni มาเนี่ย บอกเลยว่าแฮปปี้สุดๆ แต่ก็มีบางจุดที่เราอยากจะแชร์ให้ฟัง เพื่อประกอบการตัดสินใจของทุกคนนะคะ
- ความคุ้มค่ากับราคา: ยอมรับเลยว่าค่าตัวน้อง Omni เนี่ยไม่ใช่เบาๆ เลยค่ะ การลงทุนครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าราคาสูงไปนิดนึง แต่พอใช้งานไปเรื่อยๆ เราจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เราประหยัดไปได้ กับความสะอาดที่เราได้รับกลับมาจริงๆ นะคะ ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นที่ฟังก์ชันใกล้เคียงกัน ราคาก็ไม่ได้หนีกันมากเท่าไหร่เลยค่ะ
- พื้นที่สำหรับสถานี: ตัวสถานี All-in-One ของเค้าจะค่อนข้างใหญ่หน่อยนะคะ ก็ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับวางเค้าไว้หน่อย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของหุ่นยนต์ที่มีแท่นชาร์จแบบเต็มระบบแบบนี้ค่ะ
- การบำรุงรักษาเล็กๆ น้อยๆ: ถึงแม้จะบอกว่า Hands-free แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย 100% นะคะ เราก็ยังต้องคอยเทน้ำสกปรกทิ้ง เติมน้ำสะอาดเข้าไปบ้าง อาจจะสัก 2-3 วันครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านและการใช้งาน แล้วก็เปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นในสถานีทุกๆ ประมาณ 1-2 เดือน รวมถึงทำความสะอาดแปรงบ้างเป็นครั้งคราว แต่เทียบกับสิ่งที่เราต้องทำเองทั้งหมดเมื่อก่อนแล้วเนี่ย อันนี้สบายกว่าเยอะมากๆ ค่ะ
- เสียง: ตอนที่ดูดฝุ่น เค้าก็มีเสียงบ้างตามปกติของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วไปค่ะ แต่ไม่ได้ดังรบกวนจนน่ารำคาญนะ ส่วนตอนที่ดูดฝุ่นกลับเข้าแท่น อันนี้จะเสียงดังหน่อยช่วงสั้นๆ แป๊บเดียวก็เสร็จค่ะ ส่วนตอนล้างผ้าถู หรือเป่าแห้งนี่เสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยินเลย
ใครกันนะที่เหมาะกับน้อง Omni ตัวนี้
จากที่เราใช้มาและประทับใจสุดๆ เราคิดว่า eufy Omni ตัวนี้เหมาะมากๆ กับกลุ่มคนเหล่านี้ค่ะ
- คนที่มีเวลาน้อย: ถ้าคุณเป็นคนทำงานหนัก ไม่มีเวลาดูแลบ้านมากนัก แต่อยากให้บ้านสะอาดอยู่เสมอ ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ ค่ะ
- คนเลี้ยงสัตว์: ปัญหาขนสัตว์กวนใจจะหมดไปเลยค่ะ น้องดูดได้เกลี้ยงจริงๆ แถมสถานีก็จัดการเรื่องฝุ่นให้หมดจด
- คนแพ้ฝุ่น/ภูมิแพ้: บ้านที่สะอาดขึ้นมากๆ ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ได้ดีเลยนะ
- คนที่รักความสะอาดแต่ไม่ชอบทำความสะอาด: (เหมือนเรานี่แหละค่ะ!) อยากให้บ้านเนี้ยบ แต่ไม่ชอบลงมือเอง ตัวนี้คือเพื่อนคู่ใจเลยค่ะ
ส่วนถ้าใครที่บ้านไม่ได้มีพื้นที่เยอะมาก หรือไม่ได้มีงบประมาณสำหรับหุ่นยนต์ตัวท็อปขนาดนี้ อาจจะต้องพิจารณาตัวเลือกอื่นที่ราคาเบาลงมาหน่อยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใครมองหาที่สุดของความสบายใจในการทำความสะอาดพื้นแบบอัตโนมัติจริงๆ ไม่ต้องคอยมาดูแลบ่อยๆ ขอแค่เติมน้ำ เทน้ำทิ้งบ้างเป็นครั้งคราว เราบอกเลยว่า eufy Omni ตัวนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ และคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอนค่ะ บอกเลยว่าลงทุนครั้งเดียวแต่สบายไปอีกนานเลยค่ะ!










